จะตั้งชื่อบทความ SEO ให้น่าสนใจ ต้องทำอย่างไร

บทความ SEO เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในเว็บไซต์ออนไลน์ทุกแห่ง เพราะสอดคล้องกับหลักการ SEO หรือ search engine optimization ที่ Google คิดค้น และทำให้เพิ่มการเข้าถึงลูกค้าเป้าหมาย ช่วยในการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก และเพิ่มยอดขายสินค้าให้มากขึ้นได้ การตั้งชื่อบทความ SEO จึงเป็นส่วนสำคัญทำให้ดึงดูดใจกลุ่มลูกค้า ให้คลิกเข้ามาชมรายละเอียดและสั่งซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ของคุณได้

การตั้งชื่อบทความ SEO ที่คุณสามารถเรียนรู้ได้ เพื่อทำให้น่าสนใจขึ้น มีดังนี้

ตั้งชื่อไว้หลายหัวข้อ เพื่อเลือกอีกทีหนึ่ง

การตั้งชื่อบทความไม่ได้จบเพียงแค่ตั้งชื่อบทความเดียวแล้วใช้ได้เลย ควรที่จะคิดหลาย ๆ หัวเรื่อง โดยใส่ keyword SEO เดียวกัน เพื่อคัดชื่อที่ถูกใจที่สุดและคิดว่าเข้ากับเนื้อหาของบทความมากที่สุดตัวอย่างเช่น คุณต้องการเขียนเรื่องโทรศัพท์ มือถือ Huawei รุ่นใหม่ ก็สามารถตั้งชื่อได้ว่า มาแล้วหัวเหว่ย 2020 ของมันต้องมี หรือ ไม่อยากพลาดของดีราคาถูก Huawei 2020 มาแล้ว หรือ หัวเหว่ย 2020 มีอะไรดี ทำไมเซียนมือถือต้องยอม เป็นต้น แล้วค่อยเลือกแบบที่คุณถูกใจมากที่สุดไปใช้จริง

ใส่ตัวเลขใกล้ ๆ keyword

มีการเก็บสถิติด้วยระบบอัลกอริทึ่มแล้วพบว่า การตั้งชื่อที่ใส่ตัวเลขในหัวข้อบทความ ร่วมกับ keyword SEO จะเป็นการดึงดูดความสนใจของผู้คนได้ดีกว่าการเขียนตัวอักษรเพียงอย่างเดียว จากผลการวิเคราะห์พบว่า หัวข้อที่มีการใส่ตัวเลขนั้น จะกระตุ้นให้ผู้อ่าน 1 ใน 3 คน ตัดสินใจ คลิกเข้ามาดูมากขึ้น ซึ่งมักจะเป็นบทความที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้วิธี เทคนิค วิธีแก้ปัญหา ฯลฯ ที่ กลุ่มเป้าหมายกำลังมองหาอยู่ ทั้งนี้ คนจะสนใจเลขคี่ 1 3 5 7 มากกว่าเลขคู่ ด้วย

ใส่คำที่ตรงใจคนอ่าน

ต้องใส่คำที่จูงใจคนอ่านอยู่เสมอ เช่น ฟรี ราคาถูก ขั้นเทพ สุดยอด ที่สุด ห้ามพลาด ต้องมี ฯลฯ ตามหลักจิตวิทยาแล้ว คำเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นให้คนหยุดคิด และตัดสินใจคลิกดูรายละเอียดมากขึ้น ซึ่งเป็นผลเดียวกันในทุกเพศทุกวัย นอกจากนี้ คำที่คนกำลังนิยมใน Hashtag ต่าง ๆ อย่างเช่น ของมันต้องมี ก็สามารถใส่ในกรณีที่ต้องการกระตุ้นยอดซื้อสินค้าแนวแฟชั่น อุปกรณ์ไอที เสื้อผ้ารองเท้า มือถือ ฯลฯ ได้เป็นอย่างดีด้วย

การตั้งชื่อบทความ SEO ที่น่าสนใจ เป็นสิ่งที่สามารถศึกษาและเรียนรู้ได้ เพียงเข้าใจหลักจิตวิทยาทางการตลาด และนำไปปรับใช้เสมอ ๆ จะสามารถดึงดูดความสนใจให้ผู้อ่านคลิกเข้ามาดูบทความของคุณได้

อย่างไรก็ตาม จุดสำคัญ คือ การใส่ใจคุณภาพของเนื้อหา ที่ผู้เขียนต้องตั้งใจผลิตบทความที่มีคุณภาพ ค้นหาเทรนด์ใหม่ ๆ มาเล่าเสมอ การมีเนื้อหาที่น่าสนใจทันสมัยตลอดเวลา จะทำให้ผู้อ่านประทับใจและเกิดการสั่งซื้อสินค้าของคุณได้มากขึ้นด้วย

การตั้งชื่อบทความ SEO ที่คุณสามารถเรียนรู้ได้

การทำภาพประกอบเว็บไซต์ SEO แบบมืออาชีพ

การผลิตบทความที่มีคุณภาพเพื่อใช้ใน เว็บไซต์ SEO ควรต้องมีการใส่รูปภาพประกอบ พร้อมด้วยการกำหนดคีย์เวิร์ดตั้งชื่อที่เหมาะสม จึงจะทำให้ผลการวิเคราะห์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ หรือ algorithm ใน Google ได้ผลลัพธ์ที่ดี ช่วยในการจัดอันดับเว็บไซต์ให้อยู่ในระดับสูงมากยิ่งขึ้น จะช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพในการแข่งขันการธุรกิจรายอื่นได้

วิธีการทำภาพประกอบเว็บไซต์ SEO แบบมืออาชีพที่กูรูด้านการตลาดแนะนำ มีดังนี้

1. การใช้คนในภาพ

การใช้คนในภาพสำคัญต่อการสื่อสารอารมณ์ สร้างความรู้สึกร่วมกับคนอ่านได้ ซึ่งมีการศึกษาวิจัยพบว่าคนส่วนใหญ่จะให้ความชื่นชอบกับรูปภาพที่มีนายแบบนางแบบเป็นคนเชื้อชาติเดียวกันกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเด็กทารก เด็กวัยอนุบาล วัยรุ่น วัยทำงาน จนถึงผู้สูงอายุ หากสามารถเลือกคนมาถ่ายภาพที่มีความคล้ายคลึงกับกลุ่มผู้อ่านเป้าหมายได้ ก็จะทำให้บทความได้รับความนิยมมากขึ้น ทำให้อันดับ SEO ดีตามไปด้วย

2. การกำหนดท่าทางสื่อความหมายภาพ

การกำหนดอิริยาบถของคนในภาพ ควรทำให้ผู้อ่านบทความเห็นความชัดเจน ว่าคนเขาเหล่านั้นต้องการสื่อความหมายอะไร รวมถึงด้านอารมณ์ เช่น สุข ทุกข์ เครียด เสียใจ ฯลฯ ควรสื่อความหมายได้ชัดเจนด้วย ทั้งนี้ การเลือกโทนสีของภาพก็มีความสำคัญในการสื่อความหมาย เช่น มีความสุข เป็นโทนสีสดใส เศร้าจะใช้โทนสีเทาดำ เป็นต้น

3. การตั้งชื่อภาพต้องเหมาะสม

ชื่อภาพที่สื่อถึงสิ่งต่าง ๆ ในภาพ จะช่วยเพิ่มอันดับ SEO ของการสืบค้น ตัวอย่างเช่น ทำเว็บไซต์ด้านสุขภาพที่มีภาพคนเดิน ก็สามารถตั้งชื่อด้วยคำว่า walk exercise health well-being ก็ได้ หรือหากเป็นบทความเรื่องของการลดน้ำหนัก เป็นรูปอาหารเพื่อสุขภาพ หรือผักผลไม้สด ก็ใช้คำว่า clean food, healthy food, fresh fruit, weight loss, fat burn เป็นต้น

4. ใช้ชื่อภาพเป็นภาษาอังกฤษเสมอ

เพื่อป้องกันปัญหาการสะกดผิดหรือตัววรรณยุกต์หล่นหาย เมื่อมีการใช้โปรแกรมปลั๊กอินในการนำส่งข้อมูลอัปโหลดขึ้นสู่ระบบของเว็บไซต์ ที่สำคัญคือคีย์เวิร์ดที่เป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษสามารถที่จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จึงเป็นการสร้างฐานลูกค้าต่างประเทศได้มากยิ่งขึ้น

5. ใช้ Long tail niche keyword ในการตั้งชื่อ

การใช้ keyword ที่ดีควรสื่อความหมายของภาพให้ครบถ้วน ว่าเป็นใคร กำลังทำท่าทางอย่างไร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภาพอยู่ที่ไหน มีภาวะอารมณ์อย่างไร เป็นโทนสีอย่างไร ฯลฯ ซึ่งเรียกว่า Long tail niche keyword เพราะมีการวิจัยด้านการตลาดพบว่าจะเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่จำเพาะเจาะจงมากกว่า ทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จในการขายสินค้าและบริการได้มากขึ้นกว่าการใช้คีย์เวิร์ดสั้น ๆ ที่มีความหมายกว้าง

จะเห็นได้ว่า การถ่ายภาพและตั้งชื่อที่เหมาะสมสำหรับใช้ประกอบบทความ SEO มีประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างลึกซึ้งรอบด้าน หวังว่าคำแนะนำจากกูรูในบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านนำไปปรับใช้ เพื่อส่งเสริมกิจการเว็บไซต์ได้ดียิ่งขึ้น

วิธีการทำภาพประกอบเว็บไซต์ SEO แบบมืออาชีพ

ความยาวของเนื้อหา ต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสมด้วย

นักทำ SEO ที่มีมันสมองเป็นเต่าล้านปี ยังมีความเชื่ออยู่ในระดับที่ว่า เว็บไซต์ไหนที่มีคอนเทนท์เยอะ จะได้การจัดอันดับเว็บไซต์อยู่ในอันดับสูงสูงของผลการค้นหา ยิ่งมีคอนเทนท์เยอะเท่าไหร่โอกาสที่จะทำอันดับได้ดีกว่าเว็บไซต์อื่นก็ยิ่งมีมากเท่านั้น แท้จริงนั้นสมัย 2 ปีที่แล้ว มันอาจจะเป็นเช่นดั่ง SEO สายคอนเทนท์ได้เกริ่นพูดออกมา แต่ในยุคนี้มันไม่ใช่ เพราะอันกอริทึมได้มีการเรียนรู้พฤติกรรมผู้ใช้อย่างต่อเนื่องและมีการปรับตามความเหมาะสม

ในเวลานี้ เนื้อหาควรจะมีความยาวให้เหมาะสมกับเรื่องราวที่เรากำลังเขียน ยกตัวอย่างเช่น หากเป็นการรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ จะเป็นของในประเทศไทยเราเองหรือของต่างประเทศก็ตาม สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือรูปภาพและคอนเทนท์แบบจัดหนัก อธิบายทุกซอกทุกมุมทุกสถานที่ที่มีความน่าสนใจ ของขึ้นชื่อ อาหารการกิน วัฒนธรรม เหล่านี้ เขียนมากเท่าไหร่ มีประโยชน์กับผู้อ่านมากเท่าไหร่ ส่วนมากผลการจัดอันดับก็จะดีขึ้นมากเท่านั้น

แต่ในทางกลับกัน หากเราจะเขียนข่าวบอลสั้นสั้นเกี่ยวกับข่าวแมนยูวันนี้ ถ้าจะให้เขียนยาวหนึ่งหน้ากระดาษ A4 รับรองว่าคนเขียนบทความข่าวแมนยูของจะต้องใช้คำสลับไปมาซ้ำซ้อนอย่างแน่นอน ซึ่งจะเกิดข้อเสีย ก็จะให้ทำอย่างไรล่ะในเมื่อเป็นข่าวเรื่องของบทสัมภาษณ์ของ ”จ่ามู” ในฉบับสั้นๆ จะให้มาเขียนยาวหนึ่งหน้ากระดาษเอสี่จะทำได้ยังไง…

ประเด็นสำคัญก็คือเราจะต้องใส่ใจเรื่องของประโยชน์ต่อผู้อ่าน ไม่ว่าจะสั้นหรือยาว หากไม่มีประโยชน์ย่อมส่งผลดีกับเว็บไซต์ของเราอยู่เสมอ ถ้าเนื้อหามันไม่สามารถเขียนยาวได้ก็อย่าไปฝืน แต่ไปให้คะแนนความสำคัญในส่วนอื่นๆแทนดีกว่า