การทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นช่องทางในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ด้วยไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่มีการใช้โทรศัพท์มือถือแบบพกพาตลอดเวลา การพัฒนาเว็บไซต์ให้เข้าสู่ระบบ SEO หรือ search engine optimization จึงทำให้อันดับในการสืบค้นดีขึ้น และทำให้มียอดขายสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

เราจึงได้รวบรวมประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำ SEO ให้เว็บไซต์ มาฝากทุกท่าน ดังนี้

1. สร้างความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์

มีการวิจัยทางการตลาด ที่พบว่าเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ที่อยู่ในอันดับ 1-10 ของหน้าต่างการสืบค้น เมื่อพิมพ์คีย์เวิร์ดหนึ่ง ๆ ลงในช่อง Google search เช่น ร้านขายดอกไม้ออนไลน์ จะได้รับความสนใจจากลูกค้าเป้าหมายมากกว่าเว็บไซต์อันดับรองลงไป โดยเฉพาะอันดับที่ 1-3 ที่จะได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในการคลิกเข้าไปชมข้อมูลและสั่งซื้อสินค้าอยู่เสมอ

2. สร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัย

เว็บไซต์ที่เปิดมานานกว่า 10 ปี มักจะเป็นรูปแบบเดิมที่ไม่ดึงดูดใจลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ ทำให้ไม่ได้รับความนิยมในการคลิกชมข้อมูลและทำให้มียอดขายน้อย การทำ SEO จะเป็นการพัฒนาทั้งในส่วนโครงสร้าง การปรับโลโก้ สีธีมของเว็บไซต์ การแก้ไขลิงก์ที่ผิดพลาด ตลอดจนการผลิตบทความที่สนับสนุนการขายที่น่าสนใจ ซึ่งเท่ากับเป็นการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ที่โดดเด่นสวยงาม ตรงใจกลุ่มผู้บริโภคซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ได้ดียิ่งขึ้น

3. เพิ่มอำนาจการแข่งขัน

หากคุณเป็นนักธุรกิจออนไลน์มือใหม่ ที่เพิ่งเปิดเว็บไซต์ไม่นาน จะพบว่ามีโอกาสน้อยที่จะแข่งขันกับผู้ครองพื้นที่การตลาดของสินค้าประเภทเดียวกันที่ที่เปิดกิจการมานานกว่า วิธีที่จะทำให้มีอำนาจในการแข่งขันได้สูงขึ้น ก็คือ การพัฒนาเว็บไซต์ให้เป็นไปตามระบบ SEO เพราะอัลกอริทึมของ Google และ search engine ต่าง ๆ จะพิจารณาถึงความทันสมัยและการอัปเดตข้อมูลสม่ำเสมอ ธุรกิจใหม่ที่ทำ SEO ให้เว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง จึงมีโอกาสแข่งขันได้มากกว่าการไม่ทำ SEO

4. ลดค่าใช้จ่ายในการจ้างประชาสัมพันธ์

การซื้อพื้นที่โฆษณา หรือการจ้างพรีเซ็นเตอร์ เป็นการลงทุนด้านการประชาสัมพันธ์ที่เห็นผลดีแบบชั่วคราว ที่สำคัญคือใช้ต้นทุนสูง เหมาะกับการกระตุ้นยอดขายในเทศกาลสำคัญ เช่น ปีใหม่ คริสต์มาส วาเลนไทน์ ฯลฯ การทำ SEO จึงเป็นเทคนิคการตลาดแบบไม่ต้องเสียค่าโฆษณาให้แก่ search engine หรือจ้างบริษัทโฆษณา อาศัยเพียงระยะเวลาในการสะสมข้อมูลอย่างสม่ำเสมอเท่านั้น

จะเห็นได้ว่า การทำ เว็บไซต์ SEO ให้ประโยชน์หลายด้านแก่ผู้ประกอบธุรกิจออนไลน์ เราหวังว่าบทความนี้ จะช่วยให้ทุกท่านใส่ใจการพัฒนาเว็บไซต์ SEO ด้วยตัวเอง หรือจ้างบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือในการทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประสบความสำเร็จทั้งในด้านยอดขายและขยายแบรนด์ได้อย่างต่อเนื่อง

รวบรวมประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำ SEO

SEO ช่วยให้ธุรกิจโตแบบก้าวกระโดดได้ จริงหรือ

SEO ช่วยให้ธุรกิจโตแบบก้าวกระโดด

SEO เป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้ธุรกิจคุณรุ่งเรืองและเติบโตแบบก้าวกระโดดได้มากกว่าที่เคย เนื่องจากเป็นเทคนิคที่ตอบโจทย์คนที่มุ่งมั่นไม่เคยหยุดนิ่งและมีเป้าหมายในการพัฒนาองค์กรหรือบริษัทอยู่เสมอ เหมาะกับการแข่งขันในโลกยุคไอทีหรือการตลาดออนไลน์อย่างปัจจุบัน เรียกได้ว่าให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าอย่างแน่นอน สำหรับคนที่พร้อมปรับตัวให้ก้าวทันความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

ที่กล่าวเช่นนั้น เนื่องจากการทำ SEO จำเป็นต้องมีการวิจัยทางการตลาด เพื่อดูค่าสถิติในการสืบค้นใน search engine ของผู้ที่เปิดหน้าจอทั้งคอมพิวเตอร์ tablet และมือถือ smartphone ต่าง ๆ ก่อนจะทำการเลือกคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมกับสินค้าและบริการของบริษัท ซึ่งจะทำให้เกิดการ match จับคู่ได้ตรงใจที่สุดระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ในช่วงเวลาที่สั้นที่สุด ทำให้ปิดการขายได้เป็นที่น่าพอใจทั้งสองฝ่าย คือ ผู้ขายหรือบริษัทก็ได้ขาย ส่วนผู้ซื้อก็ได้สินค้าหรือบริการที่ถูกใจที่สุดด้วยความรวดเร็ว

และเนื่องจากการสืบค้นนั้นมีเครื่องมือหลากหลายไม่ว่าคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หรืออุปกรณ์ไอทีแบบพกพา จึงจะเป็นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO แนะนำการทำเว็บไซต์ทั้ง on-page และ off-page ที่มีโครงสร้างตอบโจทย์การใช้งานที่ง่ายและสวยงามโดนใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายด้วย เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการขายและเป็นการครองใจลูกค้าให้ได้ยาวนานที่สุด

ช่วยให้ธุรกิจโตแบบก้าวกระโดดได้-จริงหรือ

การทำลิ้งค์เชื่อมต่อระหว่างเว็บไซต์พันธมิตรทางการค้า หรือระหว่างหน้าเพจต่าง ๆ นั้นก็ต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพของ backlink ที่ต้องอิงตาม SEO เช่นกัน (หากเป็นในอดีตช่วงสิบปีที่ผ่านมา ก็จะเน้นจำนวนลิ้งค์หรือที่เรียกว่า เชิงปริมาณ) เพื่อให้ลูกค้ามีความประทับใจในข้อมูลที่มีประโยชน์และเชื่อมโยงกัน เช่น กลุ่มเป้าหมายกำลังหาวิตามินและอาหารเสริมช่วยเสริมภูมิต้านทานร่างกายป้องกันหวัด ก็มักสืบค้นใน search engine ด้วยคำว่า “วิตามิน” “หวัด” ซึ่งหากได้เข้ามาในหน้าบทความ SEO แล้วอ่านได้ความรู้ที่น่าสนใจเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้เป็นหวัด (เช่น เครียด นอนน้อย ไม่ออกกำลังกาย) และได้คำแนะนำเรื่องอาหารเสริมและวิตามินต่าง ๆ ที่ช่วยบรรเทาหวัด (เช่น วิตามินซี เบต้ากลูแคน) ก็จะมีความประทับใจในบริษัทคุณ (ขายอาหารเสริมสุขภาพ) และจะยิ่งทวีความประทับใจขึ้น หากมีการเชื่อมโยงหรือแนะนำลิ้งค์อื่น ๆ เช่น วิธีออกกำลังกายง่าย ๆ ในห้านาทีเพื่อป้องกันหวัด สิบเมนูอาหารต้านหวัด ฯลฯ

จะเห็นได้ว่าการทำ SEO ไม่ใช่สิ่งที่จะทำครั้งเดียวแล้วหยุดเพื่อรอดูผลลัพธ์ แต่จำเป็นต้องหมั่นอัพเดตและติดตามเทรนด์ใหม่ ๆ ในสังคม เพื่อนำมาปรับสร้าง content SEO ที่ทรงประสิทธิภาพในการนำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจ คู่กับการศึกษาวิจัยเชิงเทคนิค เพื่อให้ “จับทาง” SEO ที่เหมาะสมกับประเภทสินค้าและบริการของธุรกิจคุณให้ได้อย่างดีที่สุด

SEO ช่วยให้ธุรกิจโตแบบก้าวกระโดดได้ จริงหรือ